Skip to content

Nutrition

ปวดเข่าเกิดจากอะไร? สรุปวิธีแก้อาการปวดเข่าและแนวทางบำรุงข้อต่อ

เข่าเสื่อม เจ็บเข่าเวลาเดิน? เจาะลึกปวดเข่าเกิดจากอะไร? เช็กสัญญาณเตือนข้อเข่าเสื่อม สรุป 8 วิธีแก้ปวดเข่า และแนวทางการดูแลฟื้นฟูข้อต่ออย่างยั่งยืน

โดย หมอเจด (นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์)·20 ส.ค. 2026·อ่าน 5 นาที
นักกายภาพบำบัดกำลังยืดเหยียดและทำกายภาพฟื้นฟูข้อเข่าให้กับคนไข้ชายที่นอนอยู่บนเตียงตรวจในคลินิก

ในแต่ละวัน ข้อมูลพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายระบุว่า เข่าของคนเราต้องแบกรับน้ำหนักตัวถึง 3-5 เท่าในทุกๆ ก้าวที่เราก้าวเดินครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การลุกขึ้นยืน การขึ้นลงบันได หรือการนั่งยองๆ ปัญหาอาการ ปวดเข่า จึงเป็นหนึ่งในความทรมานทางโครงสร้างร่างกายที่พบบ่อยที่สุด และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ปัจจุบันคนทำงานออฟฟิศ วัยรุ่นสายวิ่ง หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหานี้เป็นจำนวนมาก

คำถามที่ผมมักได้รับในคลินิกบ่อยมากคือ ปวดเข่าเกิดจากอะไร? ทำไมถึงรู้สึกเสียวแปลบในเข่าเวลาเดินขึ้นบันได? และเราจะมี วิธีแก้อาการปวดเข่า อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ต้องพึ่งพายาแก้ปวดเคมีที่อาจทำร้ายตับและไตในระยะยาว? วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงโครงสร้างกายวิภาคของข้อเข่า ไขข้อสงสัยว่า ปวดเข่าเกิดจากอะไร และรวบรวมแนวปฏิบัติเชิงรุกผ่าน 8 วิธีแก้ปวดเข่า เพื่อคืนความยืดหยุ่นลื่นไหลให้ข้อต่อกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้งครับ

ปวดเข่าเกิดจากอะไรในระดับโครงสร้างข้อต่อ?

เพื่อให้เห็นภาพโครงสร้างกลไกภายในที่สมบูรณ์ ข้อเข่าของมนุษย์เราประกอบขึ้นจากการสอดประสานกันของกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้า โดยมี "กระดูกอ่อนผิวข้อ" ซึ่งมีลักษณะเรียบลื่นหนานุ่ม ทำหน้าที่เสมือน "โช้กอัพกันกระแทก" ป้องกันไม่ให้กระดูกแข็งๆ สองชิ้นเกิดการเสียดสีกันโดยตรงขณะเคลื่อนไหว และมี "น้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า" คอยทำหน้าที่ชโลมหล่อลื่นให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ลื่นไหลไร้รอยสะดุดครับ

หากคุณกำลังตั้งคำถามว่า ปวดเข่าเกิดจากอะไร? ในทางพยาธิสรีรวิทยา อาการปวดมักเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักคือ

  • กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ: เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือใช้งานหนัก ผิวกระดูกอ่อนจะเริ่มบางตัว ย่น และขรุขระ ทำให้กระดูกแข็งเกิดการเสียดสีกันเองจนเกิดการอักเสบ ปวด บวมแดง
  • น้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าลดลง: ทำให้ขาดสารหล่อลื่นและฟิล์มเคลือบผิวข้อต่อ เกิดอาการฝืดเคือง เสียงดังกร๊อบแกร๊บเวลาขยับ
  • กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแอ: โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ทำให้เข่าต้องรับแรงกระแทกจากน้ำหนักตัวโดยตรงโดยไม่มีตัวช่วยกระจายแรงครับ

เมื่อ "กระดูกอ่อน" เริ่มสึกหรอ: สัญญาณเตือนภาวะข้อเข่าเสื่อม

อาการปวดเข่าอาจมีระดับความรุนแรงและลักษณะการแสดงออกทางร่างกายที่แตกต่างกันไป หมอแนะนำให้คุณลองสังเกตอาการเหล่านี้เพื่อประเมินความเสื่อมโทรมของข้อต่อเบื้องต้นครับ:

  • ปวดเสียวลึกๆ ในหัวเข่า: มักเจ็บชัดเจนขณะขึ้นลงบันได หรือลุกขึ้นจากเก้าอี้
  • ข้อเข่าฝืดตึงตอนเช้า: รู้สึกตึงเกร็งขยับยากหลังจากตื่นนอนตอนเช้า แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อขยับเดินไปสักพัก
  • มีเสียงดังในข้อเข่า: เสียงกร๊อบแกร๊บหรือเสียงลั่นในเข่าเวลาเดินหรือพับงอเข่า
  • ข้อเข่าผิดรูป: ในระยะลุกลาม ผิวข้อต่อจะสึกหรอไม่เท่ากัน ทำให้แนวขาเริ่มโก่งออกทางด้านนอกหรือด้านในอย่างผิดสังเกต

ตารางระยะความเสื่อมของข้อเข่าและแนวทางดูแลที่เหมาะสม

สภาวะข้อเข่าเสื่อม ทางการแพทย์แบ่งระดับความรุนแรงตามภาพถ่ายรังสีและพยาธิสภาพออกเป็นระยะต่างๆ ซึ่งความต้องการสารอาหารและการบำบัดรักษามีความแตกต่างกันชัดเจนดังนี้ครับ:

ระยะของข้อเข่าเสื่อมสภาพผิวกระดูกอ่อนและน้ำข้อเข่าอาการทางกายภาพแนวทางการดูแลฟื้นฟู
ระยะที่ 1 (เริ่มแรก)ระยะที่ 2 (ปานกลาง)ระยะที่ 3 (รุนแรง)
ผิวข้อเริ่มบางเล็กน้อย น้ำในข้อปกติผิวข้อขรุขระชัดเจน ช่องว่างข้อแคบลงกระดูกอ่อนสึกหรอจนกระดูกแข็งเสียดสีกัน
เจ็บหน่วงๆ เฉพาะเวลาออกแรงหนักปวดเสียวเวลาขึ้นลงบันได มีเสียงลั่นในเข่าปวดตลอดเวลา ข้อเข่าฝืดตึง ขาเริ่มโก่ง
โอกาสทอง: คุมน้ำหนักตัว, บริหารกล้ามเนื้อต้นขาเสริมแคลเซียมคอลลาเจน, ทำกายภาพบำบัดปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยา, ฉีดสารหล่อลื่น หรือผ่าตัด

8 วิธีแก้ปวดเข่าตามแนวทางธรรมชาติบำบัดเชิงป้องกัน

สำหรับผู้ที่เผชิญอาการเจ็บหน่วงๆ และต้องการ วิธีแก้อาการปวดเข่า อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพายาแก้ปวดเคมีต่อเนื่อง นี่คือแนวปฏิบัติ 8 วิธีแก้ปวดเข่า ที่คุณสามารถทำตามได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันครับ

  1. การควบคุมน้ำหนักตัว: การลดน้ำหนักลงเพียง 1 กิโลกรัม ช่วยลดแรงกระแทกสะสมที่หัวเข่าขณะเดินได้ถึง 3-4 กิโลกรัม
  2. หลีกเลี่ยงการนั่งยองๆ หรือพับเพียบ: ท่าทางเหล่านี้จะเพิ่มแรงอัดบีบที่สะบ้าและผิวข้อเข่าให้รับแรงดันสูงกว่าปกติถึง 7 เท่า
  3. การทำประคบอุ่นและประคบเย็น: ประคบเย็นเมื่อมีอาการปวดบวมแดงฉับพลัน (มีอักเสบ) และประคบอุ่นเมื่อมีอาการฝืดตึงปวดเมื่อยล้าเรื้อรังเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
  4. การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps Strengthening): นั่งเก้าอี้แล้วเตะขาเหยียดตรงเกร็งค้างไว้ 5 วินาที ทำสลับซ้ายขวา การมีกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงจะช่วยกระจายแรงกระแทกออกจากข้อเข่าได้อย่างดีเยี่ยม
  5. การเลือกสวมใส่รองเท้าสุขภาพ: สวมรองเท้าที่นุ่มสบายและช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดี เลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูง
  6. หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินไป: ป้องกันแรงกดทับสะสมที่ผิวข้อเข่าจากภายนอก
  7. การสลับกิจกรรมมาคาร์ดิโอแรงกระแทกต่ำ: เช่น การปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการว่ายน้ำ เพื่อถนอมกระดูกอ่อนผิวข้อขณะออกกำลังกาย
  8. การจัดสรรโภชนาการเติมแร่ธาตุและคอลลาเจน: การบำรุงโครงสร้างกระดูกและส่งเสริมความยืดหยุ่นของผิวข้อต่อจากภายใน

ระบบมวลกระดูกและการเติมแร่ธาตุบำรุงโครงสร้าง

โครงสร้างของข้อเข่าต้องการความแข็งแรงประสานกันระหว่างกระดูกแข็งใต้ข้อต่อและกระดูกอ่อนผิวข้อครับ หากกระดูกแข็งรอบข้อมีความบางหรือเปราะบางจากภาวะ โรคกระดูกพรุน จะทำให้การแบกรับน้ำหนักของข้อต่อล้มเหลวเร็วขึ้น

การเสริมแร่ธาตุพื้นฐานที่เสถียรและเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แนะนำให้ศึกษาแนวทางการบำรุงมวลกระดูกอย่างถูกต้องปลอดภัยได้ที่บทความ สรุปคู่มือแคลเซียมบำรุงกระดูก ประโยชน์และข้อควรระวัง เพื่อช่วยสร้างฐานโครงสร้างกระดูกรอบเข่าให้มีความหนาแน่นและแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืนครับ

การปรับพฤติกรรมลดน้ำหนักคุมความดัน การออกกำลังกายเสริมความแกร่งให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (ซึ่งทำหน้าที่เสมือนสปริงกระจายแรงกระแทก) และการจัดสรรสารอาหารบำรุงคอลลาเจนแคลเซียมให้ถูกสัดส่วนตามหลักโภชนบำบัด คือแนวทางธรรมชาติที่จะเข้าไปช่วยเคลือบ สมาน และหล่อลื่นระบบโช้กอัพข้อเข่าของคุณให้กลับมานุ่มนวล ยืดหยุ่นดี และปลอดภัยจากสภาวะการเสียดสีอักเสบจากภายในสู่ภายนอกครับ ข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official : @drjadestore

คำถามที่พบบ่อย

การได้ยินเสียงลั่นในเข่ากร๊อบแกร๊บบ่อยๆ โดยไม่มีอาการปวด บ่งชี้ว่าข้อเข่าเริ่มเสื่อมหรือยัง?

A: บ่งชี้ว่าเริ่มมีความเสื่อมสภาพในระยะแรกเริ่มหรือมีปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าเริ่มลดลงชั่วคราวครับ เสียงกร๊อบแกร๊บเกิดจากฟองแก๊สในข้อแตกรอบๆ หรือเกิดจากเอ็นกล้ามเนื้อรอบเข่าเสียดสีกับผิวกระดูกที่เริ่มบางตัวลง แม้จะยังไม่มีอาการปวด แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีว่าร่างกายกำลังต้องการการบำรุงและลดพฤติกรรมทำร้ายข้อเข่าก่อนที่จะลุกลามจนปวดบวมครับ

การซื้อคอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II) มาทานบ่อยๆ สามารถช่วยรักษาข้อเข่าเสื่อมได้เลยร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม?

A: คอลลาเจนไทพ์ทูเป็นสารอาหารโครงสร้างหลักของผิวกระดูกอ่อนที่ดีและมีงานวิจัยระบุว่าช่วยบำรุงเยื่อบุผิวข้อได้ดีระดับหนึ่งครับ แต่ในการดูแลโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างยั่งยืน การทานคอลลาเจนอย่างเดียวอาจเห็นผลได้ช้าครับ เพราะโครงสร้างรอบข้อต่อยังต้องอาศัยแคลเซียมในการค้ำจุนมวลกระดูก และต้องการกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงคอยกระจายแรงกระแทก การบำรุงร่วมกันและการสร้างมวลกล้ามเนื้อจึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบกว่าครับ

ผู้ที่มีอาการปวดเข่า สามารถทานยาลดกรดหรือยาแก้ปวดกระเพาะควบคู่กับยาแก้ปวดเข่าได้ไหม?

A: เป็นแนวทางดูแลร่วมกันที่พบบ่อยครับ เนื่องจากยาแก้ปวดข้ออักเสบกลุ่ม NSAIDs ส่วนใหญ่มีผลข้างเคียงระคายเคืองกระเพาะอาหารสูงและอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ แพทย์จึงมักสั่งยากลุ่มลดกรดทานคู่กัน อย่างไรก็ตาม การรับประทานยาเคมีเหล่านี้ต่อเนื่องนานๆ อาจส่งผลเสียต่อตับและไต การหันมาใช้การปรับโภชนาการและการเสริมสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติเพื่อช่วยลดอาการอักเสบระดับเซลล์จึงเป็นทางเลือกเสริมในการประคองความแข็งแรงของข้อต่อที่ปลอดภัยในระยะยาวครับ

อ้างอิง

ดูเอกสารอ้างอิง
  • Mahan, L. K., & Raymond, J. L. (2016). Krause's Food & the Nutrition Care Process (14th ed.). St. Louis, MO: Elsevier. [1]
  • Arthritis Foundation. (2025). Osteoarthritis of the Knee: Causes, Symptoms, and Exercise Guidelines. [2]
  • Chew, E. Y., et al. (2013). Secondary analyses of the Age-Related Eye Disease Study 2 (AREDS2). JAMA Ophthalmology. [3]

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ข้อมูลนี้เป็นการให้ความรู้ทั่วไป (Health Education) ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคหรือใบสั่งการรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีอาการปวดเข่ารุนแรง ข้อเข่าบวมแดงร้อน แบกรับน้ำหนักไม่ได้ หรือข้อเข่าผิดรูปบิดโก่งอย่างเห็นได้ชัด โปรดพบแพทย์เฉพาะทางหรือจักษุแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างละเอียด ณ สถานพยาบาล

แอดไลน์เลือกซื้อสินค้าปรึกษาฟรี