Skip to content

Heart & Vascular Health

ไขข้อข้องใจ ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร? ตารางค่าปกติและการดูแลหลอดเลือด

เจาะลึกเรื่องไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร? เช็กเกณฑ์ไตรกลีเซอไรด์ ค่าปกติ และคำถามยอดฮิตไตรกลีเซอไรด์ ไม่ควรเกินเท่าไหร่ พร้อมแนวทางปรับโภชนาการดูแลหลอดเลือดเชิงรุก

โดย หมอเจด (นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์)·24 ก.ค. 2026·อ่าน 5 นาที
คู่ผู้สูงวัยวัดความดันพร้อมอาหารสุขภาพเพื่อดูแลไขมันและระบบหลอดเลือด

เวลาที่เราไปเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี หลายท่านมักจะให้ความสนใจกับค่า "คอเลสเตอรอล" เป็นหลัก จนบางครั้งอาจละเลยค่าไขมันอีกตัวหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ครับ ในฐานะหมอ ผมมักพบคนไข้จำนวนมากที่มีระดับไขมันตัวนี้พุ่งสูงเกินเกณฑ์โดยไม่มีอาการแสดงภายนอกใดๆ เลย จนกระทั่งไขมันเริ่มเข้าไปเกาะตามผนังหลอดเลือดและส่งผลต่อหัวใจและสมองในระยะยาว

การเข้าใจอย่างถูกต้องว่า ไตรกลีเซอไรด์ คือ อะไร ร่างกายสะสมมันไว้เพื่ออะไร และระดับ ไตรกลีเซอไรด์ ไม่ควรเกินเท่าไหร่ จึงเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญมากในการช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของหลอดเลือดและดูแลระบบไหลเวียนเลือดของเราให้ทำงานได้อย่างลื่นไหลครับ

ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร? ทำความรู้จัก "โกดังเก็บพลังงานสำรอง" ของร่างกาย

เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ไตรกลีเซอไรด์ คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองจากอาหารที่เราทานเข้าไป โดยเฉพาะในกลุ่มแป้ง น้ำตาลแอลกอฮอล์ และไขมันพืช/สัตว์ เมื่อเราทานอาหารเข้าไปแล้วร่างกายใช้พลังงานไม่หมด พลังงานส่วนเกินเหล่านั้นจะถูกตับเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ แล้วส่งไปเก็บสะสมไว้ในเซลล์ไขมัน ทั่วร่างกายเพื่อใช้เป็น "โกดังพลังงานสำรอง" ยามที่ร่างกายขาดแคลนอาหารครับ

แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเรา "เติมพลังงานเข้า" มากกว่า "เผาผลาญออก" เป็นเวลานาน โกดังเก็บไขมันจะเริ่มล้น ส่งผลให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดสูงขึ้น ซึ่งไขมันส่วนเกินเหล่านี้จะลอยละล่องไปตามกระแสเลือดและเข้าไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดฝอยต่างๆ ทั่วร่างกาย นำไปสู่สภาวะ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ บั่นทอนความยืดหยุ่นของระบบทางเดินเลือดไปทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัวครับ

ไตรกลีเซอไรด์ vs คอเลสเตอรอล

เมื่อพูดถึงไขมันในเลือด หลายคนมักจะคุ้นหูกับข้อมูลเรื่องระดับ คอเลสเตอรอล มากกว่า จนทำให้เข้าใจผิดว่าไขมันทั้งสองตัวนี้ทำงานเหมือนกัน แต่ในทางชีวเคมีนั้นมีความแตกต่างกันชัดเจนครับ:

  • ไตรกลีเซอไรด์ คือ "พลังงานส่วนเกิน" ที่ร่างกายเก็บสะสมไว้เผาผลาญ ยิ่งทานแป้งหวานเยอะ ตัวนี้ยิ่งสูงเร็ว
  • คอเลสเตอรอล ไม่ใช่พลังงาน แต่เป็น "โครงสร้าง" ที่ร่างกายใช้สร้างผนังเซลล์ ผลิตฮอร์โมน และสร้างน้ำดีในการย่อยอาหาร

แม้จะทำงานคนละหน้าที่ แต่เมื่อไขมันทั้งสองชนิดนี้สูงคู่กันในกระแสเลือด จะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสภาวะ โรคหัวใจ และการตีบตันของหลอดเลือดได้เร็วขึ้นหลายเท่าตัวครับ

ตารางเกณฑ์ระดับไตรกลีเซอไรด์และความเสี่ยงต่อสุขภาพ

เพื่อตอบคำถามที่ว่า ไตรกลีเซอไรด์ ไม่ควรเกินเท่าไหร่ หมอได้สรุปเกณฑ์ ไตรกลีเซอไรด์ ค่าปกติ และระดับความเสี่ยงต่อระบบหลอดเลือดตามมาตรฐานสากลไว้ในตารางนี้ เพื่อให้คุณสามารถใช้เช็กผลเลือดของตนเองได้ง่ายขึ้นครับ

ระดับไตรกลีเซอไรด์ (mg/dL)สรุปผลการตรวจระดับความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแนวทางดูแลเบื้องต้น
ต่ำกว่า 150ไตรกลีเซอไรด์ ค่าปกติต่ำมาก (ปลอดภัย)รักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง
150 - 199ค่อนข้างสูง (ก้ำกึ่ง)เริ่มมีความเสี่ยงอ่อนๆจำกัดปริมาณแป้งขัดขาวและเครื่องดื่มหวาน
200 - 499สูงปานกลาง-สูงปรับโภชนาการเข้มงวด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
500 ขึ้นไปสูงวิกฤตสูงมาก (เสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน)ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์พุ่งสูงขึ้น

ในทางการแพทย์ เราพบว่าสาเหตุหลักๆ ที่กระตุ้นให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดแกว่งสูงขึ้น มักเกิดจากพฤติกรรมเหล่านี้ครับ

  • การทานแป้งขัดขาวและน้ำตาลฟรุกโตสสูง ร่างกายจะแปรเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้ให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่ตับอย่างรวดเร็ว
  • การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการสลายไขมันที่ตับ และกระตุ้นให้ตับผลิตไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ภาวะอ้วนลงพุงและขาดการออกกำลังกาย ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อดึงไขมันไปเผาผลาญได้น้อยลง เกิดการสะสมของไขมันในกระแสเลือด

นอกจากนี้ การปล่อยให้มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงสะสมนานๆ ยังเพิ่มความตื่นตระหนกให้กับระบบหลอดเลือดส่วนปลาย จนอาจเหนี่ยวนำให้เกิดสภาวะ เส้นเลือดในสมองตีบ หรือหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวได้ง่ายขึ้นอีกด้วยครับ

แนวทางโภชนบำบัดเพื่อบำรุงและดูแลระบบหลอดเลือด

เพื่อชะลอความเสื่อมของระบบหลอดเลือดจากไขมันส่วนเกิน การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารเป็นกุญแจสำคัญที่สุดครับ

1. จำกัดคาร์โบไฮเดรตและเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

หลีกเลี่ยงข้าวขาว แป้งแปรรูป และหันมาเลือกรับประทานข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวบาร์เลย์ ซึ่งมีใยอาหารชนิดละลายน้ำสูง ช่วยดักจับไขมันและชะลอการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลที่ตับ โดยคุณสามารถนำหลักการ อาหารลดคอเลสเตอรอล มาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อปรับสัดส่วนจานอาหารในแต่ละมื้อให้ดีต่อระบบไขมันได้ดียิ่งขึ้นครับ

สำหรับผู้ที่อยากได้แนวทางการควบคุมระดับไขมันอย่างละเอียดและเป็นขั้นเป็นตอน สามารถเข้าไปศึกษาคู่มือ 14 วิธีลดไตรกลีเซอไรด์ เพื่อปรับสมดุลทางโภชนาการและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรมได้ครับ

2. การเสริมกรดไขมันดีชนิดโอเมก้า 3

งานวิจัยระดับคลินิกจำนวนมากยืนยันว่า กรดไขมันจำเป็นกลุ่ม EPA และ DHA ที่พบมากในน้ำมันปลาและกรดไขมันดีตระกูลโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยบำรุงสมดุลไขมัน โดยคุณสามารถเข้าไปเรียนรู้ข้อมูลว่า omega 3 ช่วยอะไร บ้างต่อการลดการสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ที่ตับและดูแลความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดฝอยทั่วร่างกาย [2]

นอกจากนี้ หลายท่านมักถามหมอว่าควรรับประทานอย่างไรเพื่อให้อาหารเสริมดูดซึมได้มีประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำให้ศึกษาคำแนะนำเรื่อง omega 3 กินตอนไหน เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารสำคัญอย่างเต็มที่ในมื้ออาหารแต่ละวันครับ

การดูแลระดับไขมันในเลือดไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การทำให้ตัวเลขบนใบรายงานผลตรวจดูลดลงครับ แต่คือการป้องกันความเสื่อมโทรมของหลอดเลือดทั่วร่างกายไม่ให้ตีบตันก่อนวัยอันควร การปรับโภชนาการและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในวันนี้ คือกุญแจสำคัญในการรักษา "เส้นทางไหลเวียนชีวิต" นี้ให้สะอาดและยืดหยุ่นดีไปอีกนานแสนนานครับ ข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official : @drjadestore

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากผลตรวจพบว่าไตรกลีเซอไรด์สูง แต่ค่าคอเลสเตอรอลปกติ จะเป็นอันตรายไหม?

เป็นอันตรายได้ครับ แม้ค่าคอเลสเตอรอลจะปกติ แต่หากระดับไตรกลีเซอไรด์สูงเกิน 200 mg/dL ขึ้นไป จะทำให้ความหนืดข้นของเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และหากสูงเกิน 500 mg/dL จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) ซึ่งเป็นอันตรายรุนแรงที่ต้องระวังครับ

ทานอาหารเจหรือมังสวิรัติเป็นประจำ ทำไมตรวจเจอไตรกลีเซอไรด์สูงได้?

พบบ่อยมากครับ เนื่องจากอาหารเจหรือมังสวิรัติส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยแป้ง เส้นหมี่ เผือกทอด และของทอดปริมาณสูง ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวและน้ำมันพืชเหล่านี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมด ตับจะแปรเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์สะสมในกระแสเลือดทันทีครับ แนะนำให้เน้นทานเต้าหู้และผักใบเขียวที่ไม่ผ่านการทอดแทนครับ

การออกกำลังกายช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ดีอย่างไร?

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยาน) ต่อเนื่องวันละ 30 นาที จะไปกระตุ้นเอนไซม์ Lipoprotein Lipase ให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้ทำหน้าที่หลักในการ "ย่อยสลายและเผาผลาญไตรกลีเซอไรด์" ในกระแสเลือดให้กลายเป็นพลังงาน ส่งผลให้ระดับไขมันลดลงอย่างเป็นธรรมชาติครับ

อ้างอิงทางวิชาการ

ดูเอกสารอ้างอิง
  • Mahan, L. K., & Raymond, J. L. (2016). Krause&x27;s Food & the Nutrition Care Process (14th ed.). St. Louis, MO: Elsevier. [1]
  • Vandenplas, Y., et al. (2018). Human Milk Oligosaccharides and Essential Fatty Acids in Personalized Nutrition. [2]
  • Mayo Clinic. (2025). Triglycerides: Why do they matter? Clinical Guidelines. [3]
  • Disclaimer: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น
แอดไลน์เลือกซื้อสินค้าปรึกษาฟรี