สารบัญ
อาการแสบร้อนกลางอก คืออะไรทำไมแสบร้อนกลางอกตอนกลางคืน จึงหนักกว่ากลางวันแสบร้อนกลางอก กินอะไรดีวิธีบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกตอนกลางคืนการดูแลระบบย่อยอาหารในภาพรวมคำถามที่พบบ่อยDisclaimerสวัสดีครับ อาการแสบร้อนกลางอกตอนกลางคืนเป็นเรื่องที่ทรมานกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ได้แค่ทำให้ไม่สบายตัว แต่ทำให้นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก และส่งผลต่อทั้งวันถัดไป คนไข้หลายคนบอกผมว่าต้องนอนนั่งบนโซฟาเพราะนอนราบแล้วแสบขึ้นมาทันที
ข่าวดีคือ อาการกลางคืนเป็นกลุ่มที่ตอบสนองต่อการปรับพฤติกรรมได้ดีมาก บทความนี้ผมจะอธิบายว่าทำไมกลางคืนถึงหนักกว่ากลางวัน ควรกินอะไรและเลี่ยงอะไร พร้อมวิธีปรับที่ทำได้ตั้งแต่คืนนี้ครับ
อาการแสบร้อนกลางอก คืออะไร
อาการแสบร้อนกลางอกเกิดจากการที่กรดและสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ซึ่งไม่มีเยื่อบุที่ทนกรดแบบกระเพาะ จึงเกิดความรู้สึกแสบร้อนขึ้นมา
ตัวการหลักคือหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่ทำหน้าที่เป็นประตูกั้นระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะ เมื่อหูรูดนี้คลายตัวบ่อยหรือปิดไม่สนิท กรดจึงย้อนขึ้นมาได้ง่าย ถ้าเกิดบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวันหรือทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเสียหาย เราเรียกว่าโรคกรดไหลย้อน
อาการที่มักพบร่วม
- แสบร้อนกลางอกใต้กระดูกหน้าอก มักลามขึ้นด้านบน
- เรอเปรี้ยว หรือมีรสขมและเปรี้ยวขึ้นมาถึงคอ
- จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร
- ไอแห้งเรื้อรัง เสียงแหบตอนเช้า หรือรู้สึกมีอะไรติดคอ
- เจ็บคอเรื้อรังโดยไม่มีการติดเชื้อ
- ในบางรายอาจกระตุ้นอาการหอบหืดให้แย่ลง
ทำไมแสบร้อนกลางอกตอนกลางคืน จึงหนักกว่ากลางวัน
มีสี่เหตุผลหลักที่อธิบายเรื่องนี้ได้ครับ และเมื่อเข้าใจแล้ว วิธีแก้จะชัดเจนขึ้นมาก
- แรงโน้มถ่วงหายไป — ตอนกลางวันที่เรานั่งหรือยืน แรงโน้มถ่วงช่วยดึงสิ่งที่อยู่ในกระเพาะให้อยู่ที่เดิม พอนอนราบ กรดจึงไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายและอยู่ในหลอดอาหารนานขึ้น
- การกลืนน้ำลายลดลงตอนหลับ — น้ำลายมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนและช่วยชะล้างกรดในหลอดอาหาร เมื่อหลับสนิทเราแทบไม่กลืน กรดจึงค้างอยู่นานกว่า
- มื้อเย็นที่กินดึกเกินไป — กระเพาะยังมีอาหารอยู่มากในตอนที่เราเข้านอน ทำให้แรงดันในกระเพาะสูงและหูรูดคลายตัวบ่อยขึ้น
- การเคลื่อนไหวของหลอดอาหารช้าลงตอนหลับ — จึงกำจัดกรดที่ย้อนขึ้นมาได้ช้ากว่าตอนตื่น
แสบร้อนกลางอก กินอะไรดี
คำตอบสั้น ๆ คืออาหารที่ย่อยง่าย ไขมันไม่สูง รสไม่จัด และปริมาณไม่มากเกินไปครับ แต่ผมขอลงรายละเอียดเป็นตารางให้ใช้งานได้จริง
| หมวด | เลือกได้ | ควรเลี่ยงหรือจำกัด | |||
|---|---|---|---|---|---|
| ธัญพืชและแป้ง | โปรตีน | ผัก | ผลไม้ | เครื่องดื่ม | อื่น ๆ |
| ข้าวสวย ข้าวต้ม ข้าวโอ๊ต ขนมปังธรรมดา | ปลานึ่งหรือย่าง อกไก่ไม่ติดหนัง ไข่ต้ม เต้าหู้ | ฟักเขียว แครอท ผักกาดหอม บวบ ผักใบเขียวลวก | กล้วย แตงโมปริมาณพอเหมาะ มะละกอสุก แคนตาลูป | น้ำเปล่า ชาสมุนไพรอ่อน ๆ นมแลคโตสต่ำปริมาณน้อย | อาหารนึ่ง ต้ม ย่าง ปรุงรสอ่อน |
| ขนมอบที่มีเนยมาก ของทอดแป้งชุบ | เนื้อติดมัน หมูสามชั้น ของทอด ไส้กรอก เบคอน | หัวหอมดิบ กระเทียมดิบ มะเขือเทศและซอสมะเขือเทศในปริมาณมาก | ส้ม มะนาว สับปะรด และน้ำผลไม้รสเปรี้ยว | กาแฟ ชาเข้ม น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะไวน์ขาวและเบียร์ | ช็อกโกแลต สะระแหน่และเปปเปอร์มินต์ อาหารเผ็ดจัด อาหารมันจัด |
ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ตัวกระตุ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีที่แม่นยำที่สุดคือจดบันทึกอาหารและอาการเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แล้วดูว่าอะไรคือตัวกระตุ้นของคุณจริง ๆ ครับ
วิธีบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกตอนกลางคืน
ปรับก่อนเข้านอน
- เว้นระยะมื้อสุดท้ายถึงเวลานอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง — ข้อนี้ให้ผลมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด ถ้าทำได้ข้อเดียวให้เลือกข้อนี้
- ยกหัวเตียงให้สูงขึ้น 15–20 เซนติเมตร — โดยหนุนที่ขาเตียงหรือใช้หมอนลิ่มรองตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไป ไม่ใช่การเพิ่มหมอนใต้ศีรษะอย่างเดียว เพราะการงอแค่คอจะเพิ่มแรงดันในช่องท้องและทำให้แย่ลง
- นอนตะแคงซ้าย — ตำแหน่งของกระเพาะอาหารทำให้ท่านี้ช่วยลดการไหลย้อนได้มากกว่าการนอนตะแคงขวาหรือนอนหงาย
- ไม่ใส่เสื้อผ้าหรือกางเกงที่รัดหน้าท้องขณะนอน
- ลดปริมาณมื้อเย็น — และเลี่ยงอาหารมันจัด ของทอด และอาหารเผ็ดในมื้อสุดท้ายของวัน
- งดแอลกอฮอล์ในช่วงเย็น — แอลกอฮอล์ทำให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัวโดยตรง
ปรับในระยะยาว
- ลดน้ำหนักหากมีภาวะน้ำหนักเกิน เพราะไขมันในช่องท้องเพิ่มแรงดันต่อกระเพาะโดยตรง
- เลิกบุหรี่ ซึ่งลดความแข็งแรงของหูรูดหลอดอาหารและลดการหลั่งน้ำลาย
- แบ่งมื้อให้เล็กลงแต่ถี่ขึ้น แทนการกินมื้อใหญ่
- เคี้ยวช้าและละเอียด ไม่รีบกลืน
- ไม่ออกกำลังกายหนักหรือก้มตัวทันทีหลังอาหาร
- จัดการความเครียดและนอนให้เพียงพอ เพราะความเครียดเพิ่มความไวต่อความรู้สึกในหลอดอาหาร
- ทบทวนยาที่ใช้ประจำกับแพทย์ เพราะยาบางกลุ่ม เช่น ยาแก้ปวด NSAIDs ยาลดความดันบางชนิด และยาขยายหลอดลม อาจทำให้อาการแย่ลง
สิ่งที่ควรระวัง
หลายคนใช้ยาลดกรดที่ซื้อได้เองต่อเนื่องเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งผมไม่แนะนำครับ เพราะยากลุ่มนี้บรรเทาอาการได้จริงแต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ และการใช้ต่อเนื่องนานอาจบดบังภาวะที่ต้องได้รับการวินิจฉัย รวมถึงมีผลต่อการดูดซึมสารอาหารบางชนิด หากต้องใช้ยาบ่อยกว่าสัปดาห์ละหลายครั้งติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์
การดูแลระบบย่อยอาหารในภาพรวม
นอกจากการจัดการกรดโดยตรงแล้ว การดูแลระบบทางเดินอาหารทั้งระบบก็มีส่วนช่วยให้อาการโดยรวมจัดการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีอาการท้องอืดและแน่นท้องร่วมด้วย เพราะแรงดันในช่องท้องที่สูงขึ้นเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้กรดไหลย้อนง่ายขึ้น
- กินอาหารหลากหลายและได้ใยอาหารเพียงพอ เพื่อลดปัญหาท้องผูกซึ่งเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ลดการดื่มปริมาณมากพร้อมมื้ออาหาร
- ดูแลสมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารผ่านอาหารหมักตามธรรมชาติและอาหารกลุ่มพรีไบโอติกในปริมาณที่ร่างกายรับได้
- พิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโพรไบโอติกเพื่อช่วยสนับสนุนสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร โดยเลือกที่มีเลข อย. และระบุสายพันธุ์ชัดเจน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีบทบาทช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพในภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค และไม่สามารถใช้ทดแทนยาที่แพทย์สั่งได้ครับ
แสบร้อนกลางอกแบบไหนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
อาการเจ็บแน่นกลางอกอาจมาจากหัวใจได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อ
• เจ็บแน่นกลางอกขณะออกแรงแล้วดีขึ้นเมื่อพัก
• ปวดร้าวไปแขนซ้าย กราม คอ หรือหลัง
• มีเหงื่อแตก ตัวเย็น ใจสั่น เหนื่อยหอบ หรือหน้ามืดร่วมด้วย
• เกิดครั้งแรกในผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
ห้ามสรุปเองว่าเป็นกรดไหลย้อนแล้วกินยาลดกรดรอครับ
สัญญาณอื่นที่ควรพบแพทย์
• กลืนลำบาก กลืนแล้วเจ็บ หรือรู้สึกอาหารติดคอ
• อาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระสีดำคล้ำ
• น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
• อาเจียนต่อเนื่อง หรือซีดและอ่อนเพลียมาก
• อาการเป็นต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ทั้งที่ปรับพฤติกรรมแล้ว
• เริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุมากกว่า 45–50 ปี
หากอาการเด่นของคุณคือจุกแน่นใต้ลิ้นปี่มากกว่าอาการแสบร้อน ลองอ่าน อาการจุกเสียดแน่นท้องเกิดจากอะไร แนวทางดูแลตัวเอง และหากมีท้องอืดแน่นท้องร่วมด้วยเป็นประจำ อ่าน รู้สึกแน่นท้องเกิดจากอะไร เจาะลึกอาการแน่นท้องอืด ประกอบครับ
คำถามที่พบบ่อย
แสบร้อนกลางอกตอนกลางคืน เกิดจากอะไร
A: เกิดจากสี่ปัจจัยหลักที่มาพร้อมกัน คือแรงโน้มถ่วงไม่ช่วยเมื่อนอนราบ การกลืนน้ำลายที่ช่วยชะล้างกรดลดลงตอนหลับ การกินมื้อเย็นดึกเกินไปทำให้กระเพาะยังมีอาหารมากตอนเข้านอน และการเคลื่อนไหวของหลอดอาหารที่ช้าลงระหว่างหลับ กรดที่ย้อนขึ้นมาจึงค้างอยู่นานกว่าตอนกลางวัน
แสบร้อนกลางอก กินอะไรดี
A: เลือกอาหารย่อยง่าย ไขมันไม่สูง รสไม่จัด เช่น ข้าวต้ม ข้าวโอ๊ต ปลานึ่งหรือย่าง อกไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ ไข่ต้ม ผักลวกอย่างฟักเขียวและแครอท และผลไม้ที่ไม่เปรี้ยว เช่น กล้วยและมะละกอสุก ควรเลี่ยงของทอด อาหารมันจัด อาหารเผ็ด ช็อกโกแลต กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ และผลไม้รสเปรี้ยว
นอนท่าไหนช่วยลดอาการแสบร้อนกลางอก
A: แนะนำให้ยกหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 15–20 เซนติเมตร โดยหนุนที่ขาเตียงหรือใช้หมอนลิ่มรองตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไป และนอนตะแคงซ้าย ซึ่งตำแหน่งของกระเพาะอาหารทำให้ท่านี้ช่วยลดการไหลย้อนได้ดีกว่า ไม่ควรใช้วิธีเพิ่มหมอนใต้ศีรษะอย่างเดียว เพราะการงอแค่คอจะเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
ควรเว้นระยะจากมื้ออาหารถึงเวลานอนนานแค่ไหน
A: อย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ ข้อนี้เป็นการปรับที่ให้ผลชัดเจนที่สุดสำหรับอาการตอนกลางคืน เพราะช่วยให้กระเพาะอาหารระบายอาหารไปได้มากก่อนที่เราจะนอนราบ
กินยาลดกรดทุกวันได้ไหม
A: ไม่แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องเองครับ ยาลดกรดบรรเทาอาการได้จริงแต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ และการใช้ต่อเนื่องนานอาจบดบังภาวะที่ต้องได้รับการวินิจฉัย รวมถึงมีผลต่อการดูดซึมสารอาหารบางชนิด หากต้องใช้ยาบ่อยกว่าสัปดาห์ละหลายครั้งติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน
แสบร้อนกลางอกกับอาการโรคหัวใจ แยกกันอย่างไร
A: จุดสังเกตคือ อาการจากหัวใจมักเกิดขณะออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก อาจปวดร้าวไปแขนซ้าย กราม คอ หรือหลัง และมักมีเหงื่อแตก ตัวเย็น ใจสั่น หรือเหนื่อยหอบร่วมด้วย ส่วนอาการจากกรดไหลย้อนมักสัมพันธ์กับมื้ออาหารและท่านอน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองภาวะแยกด้วยตัวเองได้ยาก หากไม่แน่ใจให้ถือว่าเป็นเรื่องหัวใจไว้ก่อนและไปโรงพยาบาลทันที
โพรไบโอติกช่วยเรื่องแสบร้อนกลางอกได้ไหม
A: โพรไบโอติกไม่ได้ออกฤทธิ์ลดกรดและไม่ใช่ยารักษากรดไหลย้อน บทบาทของมันคือช่วยสนับสนุนสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นการดูแลระบบย่อยอาหารในภาพรวม ในผู้ที่มีอาการท้องอืดร่วมด้วย การดูแลส่วนนี้อาจช่วยให้จัดการอาการโดยรวมได้ง่ายขึ้น แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษาจากแพทย์ได้
ปรึกษาแนวทางดูแลสุขภาพลำไส้กับทีมงาน Dr.Jade
ถ้าคุณกำลังมองหาแนวทางดูแลระบบทางเดินอาหารและสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ทักมาพูดคุยกับทีมงานเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นได้ที่ LINE @drjadestore ครับ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีบทบาทช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพในภาพรวมเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุครับ
Disclaimer
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ และไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค การรับประทานควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำ เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ดูเอกสารอ้างอิง
- American College of Gastroenterology — Clinical Guideline: Management of Irritable Bowel Syndrome
- Rome Foundation — Rome IV Criteria for Functional Gastrointestinal Disorders
- Monash University — FODMAP Diet Research Program
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK) — Digestive Diseases
- สมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย — แนวทางเวชปฏิบัติโรคระบบทางเดินอาหาร
- American College of Gastroenterology — Clinical Guideline for the Diagnosis and Management of Gastroesophageal Reflux Disease




